นิทานพื้นบ้านภาคอีสาน เรื่อง จำปาสี่ต้น

| บันเทิง | นิยาย-เรื่องสั้น | 114
นิทานพื้นบ้านภาคอีสาน เรื่อง จำปาสี่ต้น

อักษรธรรม ๑ ผูก วัดทุ่งศรีเมือง ต.ในเมือง อ.เมือง จ. อุบลราชธานี

            มีเมืองใหญ่แห่งหนึ่ง ชื่อเมืองจักขิน ครั้งหนึ่งเกิดภัยใหญ่ขึ้น คือมีฮุ้งใหญ่หรือเหยี่ยวใหญ่สองตัวผัวเมียมาจับประชาชนกินเป็นอาหารเป็นประจำ เจ้าเมืองหมดทางสู้จึงนำธิดาสาวชื่อปัดทุมมาไปซ่อนไว้ในกลองในพระราชวัง  ในที่สุดฮุ้งใหญ่จับคนกินหมด ต่อมาท้าวจุลละนีแห่งเมืองปัญจานครได้ออกล่าสัตว์ได้หลงเข้าไปในเมืองจักขิน  ได้เห็นเป็นเมืองร้างเต็มไปด้วยซากกระดูก  จึงไปตีกลองได้ยินเสียงนางปัดทุมมาร้องออกมาจากในกลอง จึงเอานางออกมา   ดังนั้นนางจึงมีชื่อหนึ่งว่านางคำกลอง  ท้าวจุลละนีจึงได้นางเป็นมเหสีคนที่สองรองจากนางอัคคี  เมื่อนางปัดทุมมาประสูตินางอัคคีเอาผ้าผูกตา แล้วเอาลูกสุนัขมาเปลี่ยนพร้อมทั้งใส่ร้ายนางว่ามีความผูกพันกับสุนัข  ท้าวจุลละนีจึงเนรเทศนางออกจากเมืองไป เป็นคนเลี้ยงหมู แสนทุกข์ทรมานกายใจ  ส่วนกุมารทั้งสี่องค์ถูกนางอัคคีจับใส่ไหลอยน้ำไปติดอยู่ที่สวนดอกไม้   ย่าจำสวนเอาศพทั้งสี่กุมารไปเผา ตรงเชิงตะกอนที่เผานั้นเกิดมีต้นจำปาขึ้นสี่ต้น นางอัคคีสืบทราบความจริงอีก  จึงให้เสนามาโค่นแล้วให้ลอยน้ำไป จำปาทั้งสี่ต้นลอยไปถึงพระฤาษี   พระฤาษีชุบชีวิตให้เป็นมนุษย์ดังเดิมแล้วสอนวิชาอาคมต่างๆ ให้กุมารทั้งสี่คนได้เที่ยวรบชนะยักษ์มารและมนุษย์ได้เมืองขึ้นมากมายแล้วกลับมาหาย่าจำสวนออกเดินทางติดตามหาแม่จนพบแล้วเข้าเฝ้าท้าวจุลละนี เล่าความจริงให้ทราบแล้วอยู่ครองเมืองต่อไป ส่วนนางอัคคีถูกลงโทษให้เป็นทาสเลี้ยงหมู
comments