นิทานพื้นบ้านภาคอีสาน เรื่อง พื้นเมืองอุบล

| บันเทิง | นิยาย-เรื่องสั้น | 71
นิทานพื้นบ้านภาคอีสาน เรื่อง พื้นเมืองอุบล

อักษรธรรม ๑ ผูก วัดบ้านหัวเรือ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี

          เป็นการเล่าประวัติของการอพยพกลุ่มพระวอพระตา มาจากเวียงจันทน์ถึงการก่อตั้งเมืองอุบลในบริเวณที่เป็นจังหวัดอุบลราชธานี  ปัจจุบันนี้เชื้อสายของผู้คนที่อพยพมาก่อตั้งเมืองอุบลมาจากบ้านหินโงม ที่เวียงจันทน์ โดยมีพระตาเป็นหัวหน้า พระตาเป็นผู้มีอำนาจมากปกครองบริวารจำนวนหนึ่ง พระตามีลูกชาย ๓ คน คือ ท้าววอ ท้าวคำผง ท้าวพรม กษัตริย์เวียงจันทน์ได้ตั้งท้าววอเป็นพระวอ เป็นนายกองคุมกองนอก เมื่อกษัตริย์เวียงจันทน์สวรรคต กษัตริย์องค์ใหม่ได้ข่มเหงลูกสาวของพระตา  พระตาจึงพาไพร่พลอพยพหนีจากเวียงจันทน์ โดยมีไพร่พลเป็นครัวเรือนสามหมื่นเศษ และเป็นทหารอีกสี่พันคน โดยแบ่งเป็นสามกอง คือ หลวงราชโภชนัย เป็นกองหน้า กำลังคนหมื่นเศษ  ท้าวนาม เป็นกองหลัง กำลังคนหมื่นเศษ พระตา พระวอ เป็นกองกลาง และมีท้าวชม ท้าวสูน เป็นกองสอดแนม เมื่อเดินทางได้ ๑ เดือน ถึงหนองบัวลำภู  โดยกองของพระตาอยู่ที่ใกล้กับภูวง หลวงราชโภชนัย ตั้งอยู่ที่บ้านผ้าขาวพรรณาใกล้กับลำน้ำสงคราม ท้าวนามไปตั้งอยู่ที่ภูเวียง  กษัตริย์เวียงจันทน์ได้ยกทัพมาประมาณหมื่นคน มาปราบโดยให้เมืองแสนและเมืองจันเป็นแม่ทัพ มาตั้งพักทัพที่บริเวณที่เป็นหนองคายในปัจจุบัน  กองสอดแนมฝ่ายพระตารายงานให้พระตาทราบ ดังนั้นทัพเวียงจันทน์จึงถูกซุ่มโจมตีอย่างยับเยิน เวียงจันทน์เสียทหารประมาณ  ๕๐๐๐ คน ฝ่ายพระตาได้อาวุธ ช้าง ม้า ทรัพย์สินเป็นอันมาก ในวันเสาร์ขึ้น ๖ ค่ำ เดือน ๕ ทัพเวียงจันทน์ได้ยกมาตีที่หนองบัวลำภู แต่ก็พ่ายแพ้กลับไป  พระวอชนช้างฆ่าอุปราชเวียงจันทน์ตาย พระตาได้ตั้งบ้านเมืองที่หนองบัวลำภู ๗ ปี  ต่อมากษัตริย์เวียงจันทน์ได้ขอความร่วมมือไปยังเมืองเชียงใหม่ขอกองทัพมาช่วยปราบพระตา  กษัตริย์เชียงใหม่ยกทัพมาช่วยรบ  พระตาจึงพาบริวารมาตั้งที่เมืองร้อยเอ็ดในปัจจุบัน รบกันตั้งแต่เดือนยี่  แรมแปดค่ำ วันจันทร์จนถึงเดือนสามวันเพ็ญจึงล่าถอย แต่สูญเสียผู้คนไม่มาก  เพราะรบไปถอยไป พระตาเดินทางไปจากร้อยเอ็ดอีก ๔ เดือน ถึงเมืองจำปาศักดิ์  เจ้าเมืองจำปาศักดิ์ ไม่อยากให้อยู่ด้วยเกรงจะเป็นการชักศึกเข้าบ้าน   ได้มาตั้งอยู่ที่ใกล้แม่น้ำพลึง คือบ้านดู่ บ้านแก ตั้งอยู่บริเวณนี้อีก ๑๐  ปี  เจ้านาม ตั้งอยู่พรรณาผ้าขาวร้อยเอ็ด กษัตริย์เวียงจันทน์ยกกองทัพเรือมีกำลังพลประมาณสองหมื่น  รบกันตั้งแต่เดือน ๔ ถึงเดือน ๕ ข้างแรม รบอยู่ ๒ เดือนก็ไม่แพ้ชนะแก่กัน  พระวอขี่ม้าออกมารบอย่างกล้าหาญต่อสู้สังหารคนตายไปประมาณพันคน และพระวอขาดใจตายในที่รบเนื่องจากเหนื่อยบอบช้ำจากการรบ ท้าวคำผง ท้าวทิดพรม ได้ช่วยกันและรักษาเมืองให้มั่นคงไว้ พระตาได้มีสารมาบอกทูลพระเจ้าตากสินแห่งกรุงธนบุรี  พระเจ้าตากสินจึงส่งทัพมาช่วย รบกันตั้งแต่เดือน ๔ ถึงเดือน ๘ วันจันทร์ ขึ้น ๑๒ ค่ำ ปีมะโรง กษัตริย์จำปาศักดิ์ออกมาอ่อนน้อมส่งส่วยต่อไทย  ท้าวคำผงได้เป็นแม่ทัพยกไปตีเวียงจันทน์ร่วมกับทัพไทย  เวียงจันทน์ได้อ่อนน้อมส่งส่วยต่อไทย ต่อมาหลวงพระบาง ได้อ่อนน้อมต่อไทย  ลาวทั้ง ๔ กลุ่ม คือลาวในอีสาน เวียงจันทน์ หลวงพระบาง  จำปาศักดิ์ได้ขึ้นต่อไทย ตั้งแต่นั้นทัพไทยได้นำเอาพระแก้วมรกต นางเขียวค่อมราชธิดาเวียงจันทน์กลับไทย พระตาได้สิ้นชีวิตเมื่ออายุได้ ๗๘ ปี  สอนให้ลูกหลานประพฤติปฏิบัติตนตามประเพณี และมีหลักการปกครองแทรกอยู่ด้วย และสั่งให้อาศัยอยู่ใกล้แม่น้ำมูล พระตาตายในวันศุกร์ เดือน ๓ ขึ้น ๑๓ ค่ำ  และในเดือน ๔ ขึ้น ๑๑ ค่ำ ทำศพกลางทุ่งใหญ่ จัดตั้งวางศพบนเมรุนกหัสดีลิงค์สมโภชศพ ๗ วัน ๗ คืน และก่อธาตุพระวอ พระตาไว้นอกเมือง
comments