กินน้ำส้มแล้วดียังไง ปลอดภัยได้ประโยชน์ แต่ก็อันตรายเหมือนกันนะ

การดำเนินชีวิต | อาหารเพื่อสุขภาพ | 21527 |

กินน้ำส้มแล้วดียังไง ปลอดภัยได้ประโยชน์ แต่ก็อันตรายเหมือนกันนะ

บทความนี้เรามาดูว่าเวลากินส้มหรือน้ำส้มแล้วมีผลดียังไง และมีผลเสียยังไง?

ส้มเป็นผลไม้ตระกูล Citrus มีคุณค่าทางอาหารสูง ประกอบด้วยสารอาหารต่าง ๆ มากมายไม่ว่าจะเป็น ให้วิตามินซีสูง แคลเซียม วิตามินเอ วิตามินบี1 วิตามินบี2 โพแทสเซียม แคลเซียม ใยอาหาร ฟอสฟอรัส เหล็ก ซึ่งส้มแต่ละชนิดจะให้คุณค่าทางสารอาหารไม่ต่างกันมากนัก

น้ำส้มคั้นสดดื่มทุกวันเป็นประโยชน์ต่อร่างกายจำนวนมาก ได้แก่

1. เสริมสร้างกระดูก น้ำส้มสามารถให้แคลเซียม และวิตามินดีแก่ร่างกายได้ดีพอๆกับนม และแคลเซียมจะไปเสริมสร้างกระดูก

2. คอลลาเจนในน้ำส้มช่วยซ่อมแซม ส่วนที่สึกหรอของร่างกาย ให้ผิวมีความยืดหยุ่น ไม่แห้งแตก และยังช่วยสมานแผลหลังผ่าตัด แผลไฟไหม้ ให้หายเร็วและแผลเรียบเนียนขึ้น

3. ช่วยรักษาโรคหัวใจ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งอองตาริโอตะค้นพบ สารอาหารในน้ำส้มจะช่วยลดคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี เพิ่มคอเลสเตอรอลส่วนดี ป้องกันหลอดเลือดหัวใจตีบได้ แล้วในน้ำส้มมีโพแทสเซียมสูง ช่วยลดความเป็นความดันโลหิตสูงและเส้นเลือดในสมองอุดตันได้ดี

4. ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง ผลในการวิจัยบอกว่าในเวลาที่เราคั้นน้ำส้ม เรามักจะผ่าส้มออกเป็นสองซีก แล้วคั้นจะมีรสชาติของเปลือกออกมาด้วย รสชาติที่ได้จากเปลือกส้มจะมีสาร ไลมอนอยด์ สามารถต้านมะเร็งในช่องปาก คอ ปอด กระเพาะอาหาร ลำไส้ ผิวหนัง ตับ และเต้านม เป็นต้น

5. ป้องกันโรคนิ่ว จากผลงานวิจัย ได้ศึกษาผลการดื่มน้ำส้มป้องกันการเกิดนิ่วในไต การดื่มน้ำส้มคั้นจะเพิ่มประมาณของสารซิเตรต ในน้ำปัสสาวะมีความเป็นกรดลดลง ลดการตกผลึกของกรดยูริก และแคลเซียมออกซาเลท ซึ่งเป็นส่วนจะทำให้เกิดก้อนนิ่วจึงลดการเสี่ยงในการเกิดโรคนิ่วในไตได้

เปลือกส้ม

เปลือกส้ม หารู้ไม่ว่าเปลือกส้มที่เราทิ้งกันมีประโยชน์นานับประการ ถ้าการทำงานในทุกๆ วันทำให้คุณรู้สึกเครียดหรือเมื่อยล้าและอยากหาสิ่งที่ช่วยผ่อนคลาย เปลือกส้มช่วยท่านได้..โดยการนำเปลือกส้มมาคั้นหรือบีบเอาน้ำมันหอมระเหยที่มีอยู่ในเปลือกส้ม นำมาดมกลิ่นหรือใช้นวดตามร่างกาย ซึ่งน้ำมันหอมระเหยจะช่วยให้ร่างกายรู้สึกผ่อนและช่วยกระตุ้นระบบประสาทได้ เปลือกส้ม ประกอบด้วย ซิตรัล(CITRAL) เจอรานิออล(GERANIOL) และไลนาโลออล(LINALOOL) ส่วนเปลือก ผลที่แห้งเมื่อนำมาจุดไฟจะมีกลิ่นหอมและสามารถไล่ยุงได้ดีอีกด้วย

เปลือกส้ม กับ ความงามบนใบหน้าสาว ๆ

เปลือกส้ม มีคุณสมบัติช่วยทำให้สิวที่รังควานใบหน้าของสาว ๆ ยุบสลายได้อย่างดีทีเดียวเพียงแค่นำเปลือกส้มที่ไม่ใช้ไปล้างน้ำสะอาดบดให้ละเอียด ๆ แล้วผสมกับน้ำเพียงเล็กน้อยนำไปแต้มสิว ทิ้งไว้สัก 20 -30 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำอุ่น เพียงเท่านี้สิวที่ผุดอยู่บนใบหน้าก็จะค่อยๆยุบหายไป ใบหน้าของคุณก็จะกลับมาใสปิ๊งเหมือนเดิม

เรามาดูข้อเสียหรือสิ่งอันตรายกันบ้าง

จากการวิจัยฤทธิ์กรดของน้ำส้มคั้น ทำให้ฟันสึกหรอลงได้ เพราะทำให้เคลือบฟันเสียความแข็งแกร่งลง 84%...

นอกจากนี้การศึกษาทางการแพทย์ ของทีมวิจัยของเภสัชกรในอังกฤษ พบว่าสารในเปลือกส้มมีฤทธิ์ทำลายเซลล์มะเร็งได้ โดยเฉพาะในเปลือกส้มเขียวหวานจะมีฤทธิ์ช่วยต้านทานมะเร็งบางอย่างได้ โดยสาร "ซาลเวสตรอล คิว 40" ในเปลือกส้มเขียว-หวาน สามารถทำลายเซลล์ มะเร็งที่มีส่วนประกอบของเอนไซม์ "พี 450 ซีวายพี 1 บี 1" ลงได้ ซึ่งการค้นพบ ในครั้งนี้อาจนำไปสู่แนวทางใหม่ในการบำบัดโรคมะเร็ง เช่น มะเร็งทรวงอก ปอด ต่อมลูกหมาก และรังไข่ ได้ต่อไปในอนาคต

ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยโรเชสเตอร์ อเมริกากล่าวเตือนว่า น้ำส้มคั้นมีฤทธิ์เป็นกรด กัดกร่อนฟันให้สึกหรอลงได้ ยิ่งกว่ายาฟอกฟันให้ขาวเสียอีก

คณะนักวิจัยของอาจารย์ยันแฟง เรน ได้พบในการศึกษาว่า น้ำยาไฮโรเจน เปอรอกไซด์ 6 เปอร์เซ็นต์ อันเป็นตัวยาผสมอยู่ในยาฟอกสีฟันให้ขาว ที่มีวางขายอยู่ตามร้าน จะกลายเป็นของธรรมดา เมื่อเทียบกับฤทธิ์ความเป็นกรดของน้ำส้มคั้น พวกเขาได้ประจักษ์ฤทธิ์เดชของมัน จากการศึกษาโดยอาศัย
กล้องจุลทรรศน์ส่องกวาดแนวตั้งอันใหม่ ได้พบว่าน้ำยาฟอกสีฟันไม่ทำให้ความแข็งแกร่งหรือพื้นผิวของเคลือบฟันบุบสลายแต่อย่างใด หากเคลือบฟันสึกหรอ จะเป็นเหตุให้ฟันสึกกร่อน และผุเร็วขึ้นได้

เขากล่าวว่า "ฤทธิ์กรดของน้ำส้มคั้นแรงมาก ทำให้ฟันสึกหรอลงได้อย่างแท้จริง มันอาจทำให้เคลือบฟันเสียความแข็งแกร่งลง ถึงร้อยละ 84"

และเสริมว่า "เครื่องดื่มน้ำอัดลมเกือบทุกชนิด ไม่ว่าเครื่องดื่มรสหวานที่ใส่น้ำโซดารสต่างๆ และน้ำผลไม้คั้น ล้วนแต่มีธรรมชาติเป็นกรดทั้งสิ้น การศึกษาทำให้เห็นว่า ตัวอย่าง น้ำส้มคั้น อาจทำให้ฟันสึกกร่อนอย่างสำคัญ เป็นที่ทราบกันมานานแล้วว่าน้ำส้มคั้นและเครื่องดื่มรสหวานที่ใส่น้ำโซดารสต่างๆ มีความเป็นกรดสูง จึงเป็นอันตรายกับความแข็งแกร่งของเคลือบฟัน"

ยิ่งปล่อยให้ฟันกระทบกับเครื่องดื่มที่มีฤทธิ์เป็นกรดอยู่นานเท่าใด ฟันก็อาจจะสึกหรอมากเท่านั้น ผู้ที่ดื่มละเลียด กินเวลานานไม่ต่ำกว่า 20 นาที ย่อมถูกกัดกร่อน มากยิ่งกว่า ผู้ที่ดื่มรวดเดียวเกลี้ยง.

ที่มา
http://topwhiteimc.blogspot.com/2012/09/blog-post.html
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

awesome comments